แต่ละวันในหอพัก
posted on 13 Jan 2012 14:40 by seren-k in TohokuDiaryเข้าสู่เดือนที่สี่ในญี่ปุ่นแล้ว ขออัพอะไรซักหน่อยก่อนจะต้องหายไปจมกับกองหนังสือสอบอีกรอบดีกว่า
ใช่ค่ะ รู้สึกว่าเพิ่งจะผ่านมิดเทอมไปตอนกลางเดือนธัน...ปลายเดือนมกราก็จะไฟนอลซะแล้ว...
มันจะเร็วเกินไปแล้วนะ โฮ.... orz
เอาเถอะ ดูเหมือนว่าแม้เราจะบ่นเรื่องวงจรการสอบซักแค่ไหน พอหันมองพี่ๆ ป.โทที่ต้องรีบปั่นธีสิสจบกันช่วงนี้....อืมม ของเราเหมือนจะกลายเป็นอะไรจิ๊บจ๊อยไปเลย...มั้ง?
มองในแง่นึงก็เหมือนจะช่วยให้มีกำลังใจอ่านหนังสืือมากขึ้น (รึเปล่า?) มองอีกแง่ก็เห็นชะตากรรมตัวเองในอนาคตลางๆ (เพราะคิดว่าคงจะต่อโทนั่นแหละ)
ยังไม่จบกับเรื่องสอบๆ วันนี้มหาลัยหยุดค่ะ
เนื่องจากเป็นวันสอบเอนท์ของเด็กม.6 ที่นี่ แล้วก็ใช้ตึกเรียนป.ตรีเป็นสนามสอบ ก็เลยได้อู้อยู่หอนี่แหละ
เนื่องจากเป็นวันสอบเอนท์ของเด็กม.6 ที่นี่ แล้วก็ใช้ตึกเรียนป.ตรีเป็นสนามสอบ ก็เลยได้อู้อยู่หอนี่แหละรู้สึกเป็นวันที่ดีมาก เพราะมันเป็นศุกร์สิบสามที่หิมะตกหนักสุดๆ ตื่นมาก็เห็นข้างนอกหน้าต่างขาวโพลน เมฆครึ้ม ฟ้าขุ่นไปหมด หิมะลงตั้งแต่ที่ตื่น (แปดโมง) ยันบ่ายแก่ๆ เลยอะกว่าจะหยุด (ตอนนี้หยุดแล้ว...และก็เริ่มมืดแล้ว ยังไม่ห้าโมงเลยนะเฮ้ย!)
สภาพอากาศถือว่าเลวร้ายไม่น้อย แต่ที่ดีสุดๆ ก็คือวันนี้ได้หยุดยังไงล่ะ! ถึงจะแอบสงสารเด็กๆ ที่ต้องฝ่าพายุหิมะมาสอบ พักเที่ยงก็ต้องฝ่าจากตึกเรียนไปโรงอาหาร ตัวสั่นหงักๆ แล้วก็ต้องไปสอบต่ออยู่นิดหน่อยก็เถอะ (แต่คงไม่มีเด็กม.ปลายที่ไหนน่าสงสารเท่าเด็กไทยที่โดนเปลี่ยนระบบสอบบ่อยยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีอยู่แล้วใช่มั้ย? = =)
กลับเข้าเรื่องที่หัวข้อ... วันนี้มาเม๊าท์(?) เรื่องหอพักกันดีกว่า...
หอพักที่พลอยอยู่เป็นหอของมหาลัย อยู่ห่างจากแคมปัสที่พลอยเรียนก็ 3 กิโลได้ ฟังดูเหมือนไกลแต่พอเดินบ่อยๆ ก็ชินนะ สามกิโล สามสิบนาที... พลอยใช้เวลาเดินประมาณนั้นแหละ ถ้าบางวันเดินเอื่อยๆ หน่อยก็ไม่เกินสี่สิบนาที
ที่หอมีอยู่สี่ตึก ตึกแรกเป็นออฟฟิศคนดูแลหอกับตู้จดหมาย (ที่เรียงเป็นตับ แยกเป็นห้องๆ อีกทีอะ) แล้วก็ Student hall เหมือนกะห้องอเนกประสงค์ เปิดให้ไว้นั่งกินข้าว จับกลุ่มคุย หรือจัดปาร์ตี้อะไรก็ว่าไป มีทีวีแล้วก็นาฬิกาเวลาหลายๆ โซนทั่วโลกอยู่ด้วย
อีกสามตึกเป็นตึกหอพัก แยกตามทิศเป็น เหนือ ตะวันออก ตะวันตก พลอยอยู่ตึกเหนือที่สูงที่สุด มีสิบชั้น อยู่ชั้นเก้า วิวดีมากมายค่ะ ฮ่าๆ
แต่ถึงจะว่าวิวดีก็วิวดีเถอะ บางวันก็ลมแรงมากจนน่ากลัวเลย ;w; แบบนั่งอยู่ในห้องยังได้ยินเสียงลมวี้ดๆ มีอยยู่ทีนึง ตากผ้าไว้ เอาเสื้อใส่ไม้แขวน แล้วก็แขวนกับราวอะ คิดว่ามันน่าจะหนักพอแล้วนะ แต่ลมก็แรงจนพลัดไม้แขวน(ที่มีเสื้ออยู่) หลุดออกมาแหมะอยู่กับพื้นระเบียง = = เท่านั้นแหละ รีบเก็บผ้าทั้งหมด มาแขวนกับราวผ้าม่านตากมันในห้องแทนเลย ไม่งั้นได้มีรายการเสื้อปลิวตกระเบียงแน่...
เอาน่ะ ลมแรงมันก็แค่บางวัน เพราะข้อดีของหอนี้มันมีมากมายบานตะไท ทั้งราคาถูกเวอร์ อุปกรณ์พร้อมเวอร์ จานชามดีเวอร์ (คอนเฟิร์ม โดยพี่ป.เอกที่วิจัยเรื่องพวกวัสดุเนี่ยแหละ 55) มีรถรับส่งไปแคมปัสสะดวกเวอร์ (อ่า แต่ก็เสียนิดหน่อยที่รอบแรกมันเกือบห้าโมงครึ่ง แล้วพลอยเลิกสี่โมงกว่าไง ตอนแรกก็รอ ตอนหลังไม่อยากเสียเวลารอละ เลยเดินกลับดีกว่า)
ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยความยอดเยี่ยมมากมายที่ว่ามัน มันเลยทำให้หอนี้ให้อยู่ได้แค่ปีเดียว จากนั้นก็ตัวใครตัวมัน หาที่อยู่ใหม่เองนะจ๊ะ ยกเว้นว่าจะอยู่ช่วยเป็น adviser ดูแลเด็กเข้าใหม่+จัดกิจกรรม ปาร์ตี้เทศกาลต่างๆ ที่มีเรื่อยๆ ถึงจะได้ยืดเวลาอยู่ แต่พลอยว่าพลอยทำไม่ได้อะ ไม่ถนัดงานแบบนี้ = =
ในแต่ละตึกก็จะแยกชั้นด้านล่างเป็นหอชาย ด้านบนเป็นหอหญิง อย่างของพลอย หอหญิงจะอยู่ชั้น 7-10 แต่ละชั้นจะแบ่งเป็นห้องใหญ่ๆ สองสามห้อง เรียก "ยูนิต" ในยูนิตจะมีห้องนอน 8 ห้องของใครของมัน แต่ต้องใช้ครัว+ทีวีรวม ห้องป.ตรีต้องใช้ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำรวมด้วย แต่ป.โทจะอยู่ในห้องนอนตัวเองนั่นแหละ
จะเข้าตึกต้องเอาคีย์การ์ดแปะ จะเข้ายูนิตก็ต้องแปะอีกที ส่วนจะเข้าห้องตัวเอง จะมีแผงให้กดรหัสเอา ไฮเทคมะ XD
และด้วยความที่มันไฮเทคมาก... ประตูยูนิตนี่ก็ล็อคเอง พลอยเคยออกไปเอาของให้เพื่อนแป๊ปเดียว ด้วยความรีบ เลยคว้าของออกจากห้องไปให้เพื่อนเลย แล้วพอจะกลับเข้ายูนิตตัวเอง...ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมคีย์การ์ด...และวันนั้นยังเร็วมาก ยูนิตเมทคนอื่นกลับมืดกันหมด พลอยอยู่คนเดียวในห้อง...ตายละหว่า ทำไงดีเนี่ย... ก็เลยต้องลงไปขอยืมคีย์การ์ดของคนดูแลมาเปิดแล้วก็เอาไปคืน...
กับอีกครั้งนึง... กำลังจะออกไปเซเว่น ก็เดินออกไปเลย พอกดลิฟท์ปุ๊ป ได้ยินเสียงประตูยูนิตปิด ปึง! คลิก! ก็เพิ่งสำนึกได้ว่ามันล็อกแล้วและลืมคีย์การ์ดอีกแล้ว T^T โชคดีมีคนจีนอยู่ข้างในแล้วพลอยก็มีเบอร์เค้า เลยโทรไปให้เข้าออกมาเปิดให้ รู้สึกเซ็งเล็กๆ กับความซุ่มซ่ามของตัวเอง...
พูดถึงในยูนิต ห้องครัวนี้ก็มีให้ครบทุกอย่าง กระทะ ตะหลิว ทัพพี หม้อ หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟใช้แบ่งๆ กัน แล้วก็จานชามแก้วน้ำที่เป็นของใครของมัน ดูแลกันดีๆ ตอนจะออกต้องคืนให้หอ
ส่วนห้องอาบน้ำก็มีสองห้อง มีไดร์เป่าผมให้ด้วย เครื่องซักผ้าก็มี พร้อมสรรพจรริงๆ
มาถึงห้องนอน ก็มีโต๊ะ เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางหนังสือ แล้วก็เตียงนอนพร้อมหมอนและผ้าห่มให้...
แต่ฟูกนอนแบนมากๆ อะ นอนแล้วก็รู้สึกมันแข็งสุดๆ ตอนนี้เลยเอาฟูกอีกอันที่ได้มาจากรุ่นพี่วางทับ แล้วก็เอาผ้านวมสำหรับฤดูหนาวปูอีกชั้น เวลานอนก็เอาผ้านวมผืนบางสำหรับฤดูร้อนห่มซ้อนกะผ้าห่มที่เอามาจากไทยเอา นุ่มขึ้นเยอะ 555
แล้วก็โชคดีอยู่อย่าง เหมือนห้องพลอยจะหันหาทิศใต้มั้ง กลางวันจะโดนแดดทั้งวันเลย ก็เลยอุ่น >< กลางคืนก็ไม่ได้หนาวมาก ก็คือเอาคาร์ดิแกนใส่ก็อยู่ ไม่ถึงกับต้องเปิดแอร์อะ (เป็นแอร์ที่ทำหน้าที่เป็นฮีตเตอร์ด้วยน่ะค่ะ ทั้งหน้าหนาวหน้าร้อนใช้ได้ตลอด) นอนห่มผ้าห่มแล้วก็พอดีๆ เห็นรุ่นพี่อยู่ห้องที่หันด้านตรงข้ามกับพลอย เค้าบอกว่าทางนั้นไม่โดนแดดเลยแล้วก็หนาวมาก
สุดท้าย ก็มาถึงสาวๆ ในยูนิต ถึงจะบอกว่ามีแปดห้องก็เถอะ แต่ตอนนี้ยูนิตพลอยก็เหลืออยู่แค่หกคน ตอนพลอยมาถึงห้องนึงก็ว่างอยู่แล้ว แล้วอีกซักไม่กี่อาทิตย์ ก็มีคนนึงหาที่อยู่ใหม่ได้แล้วก็เลยออกไปเลย...
จะว่าดีก็ดีนะ มีแค่หกคน ตู้เย็นก็คนใช้น้อยลง เราก็ซื้อของมาใส่ได้มากขึ้น ทำกับข้าว อาบน้ำ ก็ไม่ค่อยชนกัน ถ้าแปดคนแล้วทำกับข้าวแปดคน คงวุ่นวายกันใช่ย่อยเลย เหอๆๆ
จากหกคน ก็เป็นญี่ปุ่นซะสี่ ต่างชาติอีกสอง คือพลอยกับคนจีนอีกคน เห็นเพื่อนเล่าว่า ที่ยูนิตเพื่อนบางทีคนในยูนิตก็จะมานั่งเม๊าท์ นั่งเล่นเกมนั่งดูทีวีกันบ่อยๆ ที่ห้องครัว
แต่ยูนิตพลอยค่อนข้างตัวใครตัวมัน แต่ละคนกลับดึกๆ ทั้งนั้นเลย แบบ ห้องร้างถึงสองสามทุ่มซะส่วนใหญ่อะ บางคนก็ทำงานพิเศษ บางคนก็เข้าชมรม ส่วนใหญ่จะเป็นพลอยกับคนจีนที่เฝ้าห้อง เพราะไม่มีที่ไป เพราะพลอยว่าอาจจะเข้าชมรมเอาเทอมหน้า ส่วนคนจีนก็แลกเปลี่ยนแค่ครึ่งปีเลยไม่รู้จะเข้าชมรมไปทำไม หรืออย่างตอนปีใหม่ ญี่ปุ่นก็กลับบ้านกันเกลี้ยง คนจีนไปเที่ยวซะสามสี่วัน ทั้งยูนิตก็เหมือนเป็นของพลอยเลย ฮ่าๆๆๆ
ถามว่าเหงามั้ย ก็ไม่เหงานะ พลอยก็ค่อนข้างจะชอบอยู่คนเดียวอยู่แล้ว ฮ่าๆ ก็อย่างที่บอกว่าปกติยูนิตพลอยค่อนข้างตัวใครตัวมันอยู่แล้ว ถึงญี่ปุ่นอยู่ เค้าก็สิงอยู่ในห้องกันทั้งวัน ยกเว้นตอนทำอาหาร ไรงี้ ทำเสร็จก็ยกเข้าห้องไปกิน (พลอยก็ทำแบบนี้อะแหละ...แล้วก็นั่งสไกป์คุยกะแม่ไปพลางๆ) วันๆ อยู่ในห้องก็จะได้ยินเสียงเปิดปิดประตู เสียงรองเท้าสลิปเปอร์ลากแท่ดๆๆ เสียงเครื่องซักผ้าหึ่มๆ แล้วก็เสียงไดร์เป่าผมเป็นบางวัน ให้พอรู้ว่าในยูนิตยังมีคนอื่นอยู่นะ ก็เท่านั้นแหละ = =
แล้วในบรรดาคนญี่ปุ่นสี่คน...ก็จะเจอบ่อยอยู่สองคน คงเพราะสองคนนี้ทำกับข้าวด้วยล่ะ คนนึงเจอทุกเช้าเลยเพราะเค้าตื่นมาทำข้าวกล่อง ส่วนอีกคนถ้าไม่เจอตอนเย็นๆ ก็เจอวันเสาร์อาทิตย์ คนนี้ชอบมานั่งผสมแป้งอบคุกกี้ประจำ ฮาาา
ก็โชคดีที่คนจีนก็นิสัยโอเค เค้าไม่ค่อยทำกับข้าวอยู่แล้วด้วยเลย ถึงจะกลับพร้อมกันบ่อยๆ ก็ไม่ต้องแย่งครัวกัน ฮาา ส่วนคนญี่ปุ่นก็ระเบียบวินัยอยู่แล้วอะเนอะ...
ยกเว้นไว้อย่างนึง ที่พลอยสงสัยมาซักพักละ...
คือหม้อ...
แบบว่าคิดไปคิดมา 90% ของอาหารที่สองสาวทำนี่ (รวมอีกคนที่เจอไม่บ่อย แล้วนานๆ ทีทำอาหารด้วยเอ้า) เค้าทำแต่ไอ้พวกซุปๆ นาเบะ โอเด้ง ต้มๆ ตลอดเลยไง ก็โอเค แต่ละคนบอกว่ามันง่ายดี หั่นผักโยนๆ แล้วรอมันสุก แต่คือบางทีเค้าต้มกันหม้อไหม้ มีดำๆ ติดหม้อ... ตอนล้างเค้าก็แค่เอาฟองน้ำสีเหลืองใส่ซันไลต์ล้างแล้วก็ตากไว้อย่างงั้น...
ไม่มีข่งไม่มีขัดหม้อกันเลย...
จะว่านิสัยไม่ดี กินแล้วไม่ยอมล้างเพราะเดี๋่ยวคนอื่นใช้ เลยช่างมัน ไม่ใช่ตัวเองใช้ ก็ไม่ใช่นะ เพราะพลอยก็เห็นเค้าเอาไอ้หม้อที่ติดคราบไหม้ๆ นั่นมาต้มกินเองอยู่ดี -*-
พลอยเห็นแล้วพลอยไม่กล้าต้มอะไรกินอะ เหอๆ จะใช้ทีก็ต้องขัดให้มันหลุดที ซึ่งมันก็หลุดนะ ไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้น...
เอาเถอะ ก็แค่สงสัยเฉยๆ เราจะใช้หม้อเราก็ค่อยขัด จริงๆ พลอยไม่ค่อยได้ต้มอะไรหรอก เพราะว่าหั่นๆ ผัก ใส่น้ำมันแล้วผัดเลยทั้งง่ายและได้กินเร็วกว่าตั้งเยอะ XD เคยเอาผักกาดแก้วผัดกุ้งแล้วญี่ปุ่นอยู่แถวนั้นพอดีด้วย เค้าก็แปลกใจ ไม่เคยเห็นคนเอามาผัดแบบนี้
อร่อยออกนะ! อร่อยกว่ากะหล่ำปลีเยอะเลยอะ ฮ่าๆ (แต่ก็แพงกว่า ;w; )
พูดถึงอาหารแล้วก็แปะซักหน่อย ข้าวเย็นวันนี้

ปีกไก่ชุบแป้งทอด แอร๊ยยย ><
ทอดนานมากกก แต่ก็กรอบนาน ฮ่าๆ เย็นแล้วก็ยังกรอบ ฝึกวิชาสำเร็จแล้วสินะ!
มีน้ำจิ้มบ๊วยที่แม่ส่งมาให้ด้วย ของทอดๆ ก็ต้องจิ้มกับไอ้นี่สิ!
แล้วก็...ช่วงนี้หิมะตกบ่อยค่ะ แปะภาพหิมะอีกซักหน่อย (อันที่จริงพวกนี้ถ่ายตั้งแต่ก่อนปีใหม่อีกมั้ง?)

ระหว่างตึกเล็กเชอร์สองตึก

ระเบียงทางเชื่อม

อันนี้โรงอาหาร ใบไม้ร่วงหมดแล้ว แต่เห็นกิ่งก้านชัดๆ ก็สวยไปอีกแบบนะ

อันนี้ที่หอค่ะ สวนหย่อมตรงตึกตะวันตก

อันนี้ถ่ายจากบนห้อง หลังคาขาวหมดเลยยย

อันนี้อีกมุมค่ะ ขาวจั๊วะ ><
=======================
ตอบเม้นท์ค่ะ
เอนทรี่ [[เอนทรี่เฉพาะกิจ]] หิมะตกแล้ววว
พี่มิน - ความหนาวก็แลกกับความสวยของหิมะนะคะพี่มิน ฮ่าๆ แล้วก็แลกกับความแหยะๆ เวลามันละลายด้วย XD ยิ่งคลุกๆ ดินๆ หญ้าๆ หน่อยแล้วละก็นะ...เหอๆๆๆ
"ลองไปเกิดในประเทศที่ไม่มีฤดูร้อนสิจ๊ะ จะได้เข้าใจ" << น่าตอบเจ๊จีนเหมือนกันนะเนี่ย ประโยคนี่ เพราะเจ๊เค้าบอกว่าบ้านเกิดเค้าหนาวกว่าเซนไดอีกอะ หิมะคงกลายเป็นเรื่องธรรมดาของเค้าไปแล้ว = =
เอนทรี่ Merry Christmas!
น้องพลอยวิ - เลทไปหน่อยแต่ก็สวัสดีปีใหม่นะจ๊ะ ไม่ได้คุยกันตั้งนาน คิดถึงพลอยวิจัง >< ซานต้าน่ารักใช่มั้ยล่าาา อิอิ
ดาวซัง - จริงๆ ไฟบ้านเรา (หมายถึงที่ไทย) ก็สวยนะ แต่ดูเหมือนว่าไอ้อากาศเย็นๆ ยะเยือกๆ นี่มันจะยิ่งขับให้ยิ่งเหงากว่าบ้านเราอีก แล้วคงเพราะหนาวเนี่ยแหละ ใครมาเป็นคู่ๆ พลอยเห็นจับมือ กอดแขน อิงแอบแนบชิดกันหมด... คนโสดก็เลยยิ่งหนาวเลยทีนี้ ฮ่าๆ ที่เมืองไทย ตอนเด็กๆ พลอยก็ชอบไปดูนะ แบบว่าให้พ่อไปขับรถวนๆ ถนนแถวสยามที่มีหลายๆ ห้างติดไฟกัน รถติดมากกกก (ก็แหงล่ะ) หลังๆ เลยไม่ค่อยได้ไปแล้วน่ะค่ะ T^T
คุณ jin - พูดถึงพลุ...จริงสิ...อยู่นี้ตอนปีใหม่ไม่ได้ยินเสียงพลุเลยอะ ที่โตเกียวคงมีจุด (มั้ง?) แต่เหมือนที่เซนไดไม่จุดเลย...
พี่มิน - เนอะๆๆ หนูก็ชอบภาพพุ่มไม้มีไฟอันนั้นเหมือนกัน สวยมากกก คุ้มกับที่ต้องทนหนาวถอดถุงมือถ่ายรุปมากกก (ใส่ถุงมือแล้วกดกล้องไม่ถนัดอ้ะ orz ) เพกาซัสก็สวยเนอะ แต่ตรงนั้นทำแล้วแอบดูแยกๆ กันยังไงไม่รู้ แบบ ตรงนี้ก็ตั้งเพกาซัส ตรงนี้ตั้งมังกร มีอีกอันเป็นรูปกระท่อมแม่มด(?) ตั้งอยู่ใกล้ๆ กันด้วยล่ะ... หรือเค้าจะสื่อว่าเป็นเรื่องของฮีโร่ขี่เพกาซัสไปปราบมังกรทีแม่มดเสกขึ้นมา??? (มั่วละ 55)
เอนทรี่ あけおめ、ことよろ!
คุณ F.I.N. - สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ โชคดีตลอดปีนะคะ ^^
พี่แนท - สวัสดีปีใหม่ค่า ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีของพี่เช่นกัน ><
พีซัง - ขอให้พีซังสุขล้นเช่นกันนะคะ อิอิ
พี่โมริ - อื้อ ได้ไหว้พระตั้งแต่ต้นปีเลย แต่ไม่ได้เสี่ยงเซียมซีอะ ไม่อยากรู้ดวงชะตาตัวเอง ปล่อยๆ ให้มันไปเรื่อยๆ ของมันอย่างงี้แหละดีละ ^^
คุณ sanaki - สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ ^^
พี่มิน - พี่มินก็เฮงๆ ค่า ขอให้เป็นปีที่ดีนะคะ >[]<
Tags: ญี่ปุ่น, หอพัก, หิมะ3 Comments





















