งานพิเศษ

posted on 09 May 2012 19:02 by seren-k in Life directory Diary

พลอยเคยพูดถึงรึยังนะ ว่าพลอยทำงานพิเศษด้วย??

 

เหมือนจะยังมั้ง??

 

เอาเถอะ...

 

ก็คือเมื่อตอนปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ...เดือนมีนา คุยๆ กับเพื่อนคนตุรกีชื่อ S (นามสมมุติ) แล้วเค้าบอกว่าเค้าเริ่มทำงานพิเศษแล้ว พลอยก็เลยถาม ทำที่ไหน

 

"ที่คุมอง"

 

โอ้...พลอยก็อยากหางานทำที่คุมองพอดี เพราะก็เรียนจบมาหมดแล้วทั้งเลขทั้งอังกฤษ แต่ไม่รู้จะไปหาอีท่าไหน เลยได้เพื่อน S คนนี้ช่วยแนะนำกะเจ้าของศูนย์ให้ (สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ว่าง่ายๆ คุมองก็คล้ายๆ แฟรนไชส์เรียนพิเศษน่ะค่ะ เค้าจะมีแบบฝึกหัดของเค้า เป็นเลเวลๆ ไป เน้นให้เด็กเรียนเอง คือไปนั่งทำๆ บฝ. แล้วครูก็ตรวจๆ ไม่เข้าใจจริงๆ ค่อยมาถาม)

 

อ่ะ ทีนี้พลอยเลยได้ทำงานที่คุมอง ตั้งแต่สัปดาห์ที่สองของเดือนมีนา ทำทุกวันพุธ ครั้งละ 3 ชม. ช่วงมีนามันปิดเทอมเลยทำตอนบ่ายสามถึงหกโมง

 

งานที่ทำคือไปฟังเด็กอ่านภาษาอังกฤษตามแบบฝึกหัด ก็คือจับเวลา บันทึกเวลา ช่วยแก้ถ้าเด็กอ่านผิด แล้วก็คุยกะเด็กนิดหน่อย

 

ก็ไปทำๆ แต่ปรากฎว่า รู้สึกว่ามันแทบไม่เคยราบรื่นซักครั้งเลย = =;; อาทิตย์นี้ก็ "ทำไมไม่บันทึกอะไรตรงนี้ละ" ถัดมาก็ "ทำไมไม่วงกลมตรงนี้" อีกอาทิตย์ก็ "ทำแบบนี้ด้วยนะ" 

 

แล้วก็เจ้าของศูนย์ก็เคยพูดด้วย ว่า "เห็นว่าเรียนจบมาแล้วเลยไม่ได้สอนอะไรมาก"

 

บางทีก็แอบอยากกรีดร้อง....

 

คือว่าพลอยบอกตั้งแต่ครั้งแรกแล้วนะ ว่าอังกฤษที่พลอยเรียนมา มันคือแบบ EE (ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กเจ้าของภาษา) ไม่ใช่ EFL(ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่) ไอ้เล่มๆ อ่านคำศัพท์ หรือลักษณะแบบฝึกหัด มันหน้าตาไม่เหมือนกันซักนิด!

 

พลอยเลยไม่รู้ระบบของอันนี้ ว่ามันต้องบันทึกอะไร ยังไง ตรงไหนบ้าง!

 

แถมที่นี่ยังบันทึกอะไรมึนๆ อีก แบบ เขียนตัวเท่าหม้อ วงอะไรไม่รู้เต็มไปหมดในสมุดบันทุกคะแนนแบบฝึกหัดของนักเรียน.... เดี๋ยวปากกา ดินสอ มั่วไปหมด....เขียนเกินช่องมาอีก (แล้วอีช่องกรอกก็เล็กจี๊ดเดียว orz)

 

คือสมัยพลอยเรียน พลอยก็บันทึกคะแนนทุกอย่างเองนะ เพราะพอเด็กโตๆ ครูเค้าจะให้ทำเองหมดแล้ว.... หรืออันที่ครูทำ ศูนย์ที่พลอยเรียนมาเค้าจะเอาดินสอเขียนกันพอดีช่อง สวยๆ อ่านง่าย ตรงไหนต้องขีดเส้นก็ไม้บรรทัดลากนะ....

 

เวลาวงถูกผิดยังไม่เหมือนกันเลย... ศูนย์ที่พลอยเรียน ผิดรอบแรกติ๊กหน้าข้อ รอบสองวงกลม รอบสามสามเหลี่ยม รอบสี่สี่เหลี่ยม...

 

ที่นี่ติ๊กๆๆๆ เพิ่มจำนวนติ๊กไปเรื่อยๆ ถ้าวงทับตรงที่ติ๊กถูกแปลว่า "ข้อนั้นทำถูกแล้ว" = = เจอครั้งแรกก็งงไปเลย

 

อาา คิดถึงคุณครูที่คุมองศูนย์เก่าพลอยจัง T^T เค้าเลิกทำไปแล้วด้วย เปลี่ยนมาเปิดเป็นแค่ที่กวดวิชาเล็กๆ แทนละ เหมือนมีปัญหาเรื่องสัญญามั้ง??

 

 

วกกลับเข้าเรื่อง...ก็ทำๆ จนถึงสิ้นเดือนมีนา ทั้งหมด 3 ครั้ง แต่เดือนเมษาเปิดเทอมแล้ว พลอยก็ไปตอนสามโมงวันพุธไม่ได้แล้วแน่ๆ เพราะรู้ว่าช่วงนั้นมีวิชาเรียนชัวร์ๆ แต่วันอื่นที่ตารางยังไม่ออกก็ไม่รู้ว่าวันไหนจะเลิกเร็วมาทำได้บ้าง

 

เลยบอกเค้าไปว่ารู้วันแล้วจะบอกนะ เสร็จแล้วอีกวัน...ก็มารู้ว่า อ๊ะ วันจันทร์เลิกเร็ว ไปทำได้ๆ

 

แต่เพื่อนตุรกีอีกคน B (นามสมมุติ) ก็ว่างวันจันทร์เหมือนกันและบอกเจ้าของศูนย์ไปแล้ว...

 

อืมม งั้นวันเสาร์ล่ะ? ก็มี S ทำอยู่แล้ว 

 

งั้น ไม่ทำก็ได้ วันพุธเลิก 4.10 ช้าเกินไปใช่มั้ย? เพราะเด็กอนุบาล-ประถมเลิกเร็วกว่านี้ แล้วราวๆ ทุ่มนึง ก็กลับกันหมดแล้ว

 

"วันพุธคนเยอะ ตอน 3 ถึง 6 โมงจะให้คนไทยอีกคนมาทำ รู้จักรึเปล่า พอดีครูอีกคนในศูนย์แนะนำมา"

อ่อ...รู้จักสิ นักเรียนไทยในเซนไดมีอยู่ไม่กี่คนอะแหละ

 

"เพราะงั้น คุณมาทำตอน 4 โมงครึ่งถึงทุ่มนึงจะได้มั้ย?"

 

ไอ้ได้อะ ก็ได้ค่ะ แต่เลิกสี่โมงสิบนะ กลัวว่าจะมาไม่ทันสี่โมงครึ่งน่ะสิคะ...

 

"ไม่เป็นไรๆ มาสายนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก"

 

นับจากวันนั้น ตลอดเดือนเมษาพลอยก็เลยต้องเลิกเรียนแล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถเมล์ ด้วยความที่ศูนย์คุมองอันนี้อยู่หลังสถานี...รถเมล์จอดหน้าสถานี (หน้ามากๆ อะ รวมติดไฟแดงแล้วต้องเดินจ้ำ 2-3 นาที กว่าจะถึงตัวสถานี ขนาดปกติพลอยก็เดินเร็วอยู่แล้วนะ) ก็เลยต้องรีบจ้ำต่อไปอีก...

 

สรุปว่าเดือนเมษา 4 ครั้ง ไปทันครั้งเดียวเองมั้ง ครั้งนั้นไปทันเพราะคลาสเรียนงดไปด้วย

 

ที่จริง ตอนอาทิตย์แรกของเดือน ครูก็ปล่อยเร็ว แบบ 10 นาทีเลย แต่ก็กลายเป็นว่า..S วานพลอยช่วยพาเพื่อน Z คนตุรกีอีกคนไปที่ศูนย์ด้วย เพราะ Z ก็อยากทำ แต่ไปไม่เป็น...

 

แล้วคือ Z คาบนั้นเรียนอีกวิชา ซึ่งอาจารย์วิชานี้รู้มาจากเทอมก่อนว่าแกชอบปล่อยเลท....

 

พลอยก็ถาม S ว่า Z มีไอโฟนไม่ใช่เหรอ? ส่งพิกัดไปแล้วให้เดินหาไม่ได้เหรอ?

เพราะพลอยก็รู้ตัวแน่ๆ ตอนนั้นว่านอกจากวันนี้ที่ครูปล่อยเร็ว (อย่างไม่เคยเจอ) วันอื่นๆ ครูปล่อยตามออดจะต้องไปถึงคุมองเลทแน่ๆ

 

แต่ S ก็บอกว่า Z อ่านแผนที่ไม่เป็น...

 

อาาา จะปฏิเสธก็ไม่ได้ วันนั้นพลอยก็ได้แต่เดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องเรียนของ Z แล้วก็ภาวนาให้จารย์ปล่อยเร็วๆ นั่นแหละ 

 

ยิ่งวันนั้นฝนตก รถติดอีก พลอยก็ยิ่งสาย ไปถึงเกือบ 5 โมง ประกอบกับที่ปกติพลอยถูกที่บ้านสอนให้ตรงเวลา เวลานัดแล้วเพื่อนมาสายมากๆ พลอยก็หงุดหงิด นี่ตัวเองสายเลยยิ่งหงุดหงิดตัวเองด้วย สารภาพว่าแอบพาลเพื่อนไปในใจด้วยซ้ำ

 

ทางไปมันง่ายจะตาย เดินตรงๆ ข้ามทางม้าลายสองทีก็เจอแล้ว...ไม่ต้องดูแผนที่ก็ได้ด้วยซ้ำ... ขนาดพลอยก็เป็นพวกกลัวหลงทาง ยังไปเองถูกโดยไม่ต้องให้ S พาไปเลย...แผนที่แค่นี้ทำไมดูไม่เป็นฟระ...

 

ก็นั่นแหละ มันก็โทษเพื่อนไม่ได้ล่ะนะ ครูปล่อยเลทเราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เพื่อนอ่านแผนที่ไม่เป็น ก็ไม่ใช่ความผิดเค้าอยู่แล้ว...แต่วันนั้นมันอดแว๊บขึ้นมาแบบนี้ไม่ได้จริงๆ

 

สรุปว่าพลอยก็ต้องรีบวิ่งกระหือกระหอบไปทำงาน แต่ก็สายแทบทุกครั้งนั่นแหละ...ถึงตอน 4 โมง 50 ทุกทีเลย

 

แบบ ทั้งเหนื่อยกาย ทั้งรู้สึกไม่ดีว่าเราไปทำงานสาย ถึงแม้ว่าเงินเดือนมันคูณตามเวลาทำก็เหอะ หายไปสิบนาทีก็หักไปตามนั้นแหละ

 

ส่วนตอนทำงานก็เหนื่อยใจ...

 

เหนื่อยใจกับเด็กๆ

 

ที่บอกไว้ข้างบนใช่มั้ยคะ? นั่งฟังเด็กอ่าน จับเวลา ลงเวลา แก้ที่เด็กอ่านผิด 

 

ไอ้ตอนฟังกะแก้เนี่ย เหนื่อยใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

แบบ นั่งลุ้นตัวโก่ง น้องหนูจะอ่านได้มั้ย... (และ 80% คือไม่ได้...)

 

สังเกตุว่าเด็กญี่ปุ่นมีปัญหามาก เพราะทั้งฮิรางานะ/คาตาคานะ/คันจิ มันเป็นอักษรแบบ ตัวนี้อ่านเสียงนี้ เป๊ะๆ ไปเลย เด็กเลยอ่านแบบเอาเสียง เอาสระมารวมเป็นคำไม่เป็น...

 

ว่าง่ายๆ ถ้าเคยเจอคำว่า cat จำได้ว่ามันอ่านว่า "แคท" พอเค้าเจอคำว่า rat / bat / sat / fat ฯลฯ ก็อ่านไม่ได้เลย เพราะเค้าจำเอา ไม่ได้ว่า เป็นเสียง r/b/s/f + at (เสียง "แอท")

 

ไม่ต้องพูดถึงคำอะไรยาวๆ favourite, interesting, dictionary,restaurant ฯลฯ ใบ้กินแทบจะร้อยทั้งร้อย! 

 

หรือชื่อตัวละคร pinocchio, cinderella อืมม กับชื่อก็โอเคนะ แต่ส่วนตัว พลอยรู้สึกว่า ชื่อพวกนี้มันสะกดยาก แต่ผ่านๆ ตาก็อ่านได้เลยเพราะเหมือนจะได้ยินมันบ่อยๆ อันนี้คงต้องขอบคุณที่ตอนเด็กๆ แม่เล่านิทานให้ฟังเยอะ??

 

และที่ยิ่งปวดตับมากคือเวลาเจอเคสแบบ..

-มีเด็กชายอวดดีคนนึง พูดมาก กวนทีน ท่าดี แต่พอให้อ่านแล้วก็ทีเหลวสุดๆ อ่านไม่ได้เลยนี่หว่า...ไม่พอ พี่แกทำท่ากำลัง "นึก" เห็นๆ เลย ว่าไอ้หน้านี้ ตำแหน่งคำศัพท์นี้ มันคืออะไร (สมุดคำศัพท์อนุบ๊าล อนุบาล ทั้งหน้ามันมีรูป+ศัพท์ 3 คำอะ พี่แกจำตำแหน่งกันเลยทีเดียว) น่าจะอยู่ประถมปลาย แต่วันในสัปดาห์ก็ยังท่องไม่ได้ โอยยย กุมขมับ... (หรือเพราะพลอยเรียนรร.สองภาษามา เลยรู้สึกว่าไอ้เซ็ต 7 วัน 12 เดือนนี่รู้ตั้งแต่อนุบาลแล้วก็ไม่รู้? แต่เทียบจากสมัยม.ปลายที่ศัพท์แสงโหดหิน พลอยว่าอยู่ประถมปลาย วันกับเดือนก็น่าจะรู้แล้วนะ???)

 

-มีเด็กหญิงหน้าบูดคนนึง ชอบมายืนจ้องด้วยหน้าบูดเป็นตูดเป็ด...ถามว่าถึงคิวไหนแล้ว... คือเห็นหน้าน้องแล้วรู้สึกว่าน้องอยากจะบอกพลอยว่า "ทำไมช้าจัง ไม่ถึงคิวเค้าซักที" แต่พลอยก็ทำอะไรไม่ได้ มันก็ต้องเรียกไปตามคิวให้มาอ่านอยู่แล้ว = =;;; พอมาเรียกก็อ่านเสียงเบาราวกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก...orz

 

-เด็กหญิงอีกคน เลเวลแอ๊ดวานซ์หน่อย เลเวล H แน่ะ! (แต่ H EFL ก็ยังเป็นไดอะล็อกสั้นๆ คุยกันเรื่องทั่วไปอยู่ดี... คือ H แบบ EE ที่พลอยเรียน จำได้ว่าแต่ละหน้าเป็น extract จากนิยาย มีคำถามข้อสองข้อท้ายหน้า ต้องตอบยาวๆ เป็นเรื่องเป็นราวด้วย...) แต่ปัญหาของคนนี้คือ...เจ๊อ่านเร็ว! อ่านเร็วไม่ว่า...เร็วแบบเหมือนท่องคาถาสวดมนต์อะ พึมพำๆๆ ฟังยากมากกก ถ้าไม่ผิดก็ไม่เป็นไร... แต่มักจะมีผิดบ่อยๆ น่ะสิ ต้องคอยแก้ คือช้าๆ ก็ได้นะหนู ไม่ใช่รัวๆ เร็วๆ คำไหนอ่านไม่ได้ก็ทำเหมือนจะรวบคำกลายเป็นคำใหม่ไปเลย?? อย่าคิดว่าฟังไม่ทันนะ!

 

ประมาณสามคนนี้แหละที่จำแม่นๆ

 

นอกนั้นถ้าเป็นเด็กเล็กๆ ก็ไม่ปวดตับมาก แต่เหนื่อยใจแทน...แบบลุ้นแล้ว ลุ้นอีก แทบจะถอนใจออกมาดังๆ ทุกครั้งที่เด็กมันอ่านได้จนจบ.... เจ้าของศูนย์บอกด้วยนะ ว่าเด็กเล็กๆ (พวกอนุบาล ประถมต้น) ร้องไห้ง่าย ก็ช่วยๆ หยวนๆ น้องๆ ไป....

 

ไม่ใช่เพราะ "หยวนๆ" เรอะ...สกิลภาษาอังกฤษเด็กแต่ละคนถึงช่างออกมาได้ชวนปวดตับขนาดนี้! (พวกเด็กโตหน่อยน่ะ)

 

สมัยศูนย์พลอย...เด็กเล็กๆ ที่อ่านคำศัพท์...ครูจะมีลิสต์ตำไว้ เช็คกันเป็นคำๆ เลยนะ คำไหนออกเสียงไม่ได้ก็วงไว้ คราวหน้ามาออกเสียงใหม่ จนกว่าจะผ่านน่ะ เด็กเล็กเด็กน้อยก็ไม่เว้นนน คือไม่ได้ดุไม่ได้ว่า แต่ถ้ายังไม่ถูกก็ซ้ำอยู่กับที่ไปนั่นแหละ

 

ที่นี่ เด็กบางคนเขียนภาษาอังกฤษติดกันเป็นพรืด แต่ถ้าสะกดไม่ผิด เค้าก็ยังให้ผ่านเลย "Iamtenyearsold" <<แบบนี้...เป็นศูนย์พลอย โดนลบเขียนใหม่หมดแน่ๆ เพราะถ้าไม่แก้แต่ต้น เด็กมันก็จะติดแบบนี้ไป แล้วแก้ตอนโตน่ะมันยากนะเพราะชินไปแล้ว... วิชาเลขก็เหมือนกัน ที่นี่บางทีเขียนตัวโตกว่าโจทย์สองเท่า แล้วก็เหลื่อมไปทับกับข้อข้างล่างงี้.... ที่ไทยพลอยเคยเห็นเด็กโดนลบแก้ใหม่หมดทั้งที่คิดเลขถูกก็มีมาแล้ว คือไม่ถึงกับคัดให้สวย แต่คุมไซส์ตัวอักษรหน่อย....

 

อาาาา หรือว่าศูนย์ไทยพลอยจะ S ไปนะ กร๊ากกกก แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในศูนย์ที่เด็กจบเยอะ+มีคุณภาพนะเออ! เสียดายมากๆ ตอนได้ยินว่าครูจะเลิกทำแล้วเนี่ยแหละ พลอยผูกพันธ์กับคุมองอยู่นิดๆ นะ เพราะเรียกได้ว่าเกือบครึ่งของชีวิตที่ผ่านมา ต้องทำการบ้านคุมองทุกวัน ทำอยู่ 7-8 ปีอะ ตอนม.6 เรียนคุมองจบแล้วไม่ต้องทำการบ้านคุมองอีกยังรู้สึกโหวงๆ เลย (นี่ก็ M??)

 

นอกเรื่องกลับไปที่ไทยอีกละ... แต่ก็อดเปรียบเทียบไม่ได้จริงๆ ระบบที่นี่มันมึนๆ หยวนๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็น "ญี่ปุ่น" ประเทศที่มักจะทำอะไรเป็นระบบระเบียบแบบแผนมีมาตรฐานสุดๆ!

 

 

แล้วที่นี่ก็ดูเหมือนว่า ส่วนมากเด็กพอขึ้นม.ต้นม.ปลายแล้ว จะยุ่งๆ กับชมรมจนไม่มีเวลามาเรียน เลยไม่เห็นเด็กม.ปลายเลย ส่วนม.ต้นก็นับคนได้ มีแต่เด็กเล็กๆ มาเรียน แล้วเดี๋ยวก็เลิกไปกลางคัน เหอๆ นี่ก็อีกอันที่ตรงข้ามกะศูนย์พลอย (ศูนย์อื่นในไทยเป็นมั้ยไม่รู้นะ) บางทีเป็นเด็กมหาลัยแล้วก็ยังมาเรียน...แล้วก็มีแบบ...เพื่อนสมัยประถมคนนึงของพลอยที่แบบ เรียนคุมองที่เดียวกะพลอย แล้วเค้าย้ายไปเรียนอังกฤษ กลับมาปีละสองครั้ง ล่าสุดเจอช่วงม.ปลายนี่แหละ ชียังอุตส่าห์มาเรียน หอบการบ้านไปทำต่อถึงอังกฤษเป็นตั้งๆ เลย ไม่รู้ตอนนี้เป็นไงมั่ง แต่แค่เห็นความพยายามเรียนขนาดนั้นก็ซูฮกสุดๆ อะ

 

หรือวันไหนพลอยไม่ไปเรียนเพราะติดสอบ (ตอนช่วงม.ปลายแอบเกเร กร๊ากกกก ตอนม.ต้นต่อให้สอบก็ยังไปเรียนคุมองอะนะ) แล้วลืมบอกครู ครูโทรมาตามถึงบ้านอะ! ได้ข่าวว่าเวลาเด็กบางคนงอแงไม่ยอมมา ครูก็โทรไปเกลี้ยมกล่อมแล้วเกลี้ยกล่อมอีกให้มาเรียนด้วย! (ค่าเรียนก็หักบัญชีธนาคารอยู่แล้วไง เพราะเรียนยาวๆ ไม่ได้เป็นคอร์สๆ แบบกวดวิชา ที่นี่ครูค่อนข้างสนิทกะเด็ก เห็นกันมาตั้งแต่เล็กยันโต เพราะงั้นถ้าโดดเรียนเยอะๆ การบ้านไม่ทำให้เต็มที่ คนขาดทุนอะเรานะไม่ใช่ครู!)

 

ยิ่งพูด ยิ่งรู้สึกว่าทั้งศูนย์ตัวเองที่เรียนมานี่ก็โดะเอส...ส่วนเหล่านักเรียนก็โดะเอ็มกันซะ.... เหอๆๆๆ คิดถึงช่วงเวลานั้นจัง....;w;

 

 

ตายละ ชักยาว... กลับเข้าเรื่อง ประเด็นสุดท้ายละ

 

อาทิตย์ที่แล้วหยุดโกลเด้นวีค คุมองก็หยุด...พลอยเลยไม่ได้ไปทำ วันนี้เลยไปทำวันแรกของเดือนมิถุนา

 

ก็นั่นแหละ รีบวิ่งขึ้นรถเมล์ รีบวิ่งลงรถเมล์ มาถึง 4 โมง 50 อีกแล้วครับท่าน....

 

เจอหน้าเจ้าของศูนย์ เค้าบอกเลย "ถ้ามาเวลานี้ทุกครั้งคงไม่ไหวแล้วนะ วันนี้นักเรียนเยอะมาก ครูคนเดียว(หมายถึงเพื่อนพลอยที่มาทำตั้งแต่บ่ายสาม) ไม่พอ ตอนนี้หาคนที่จะมาเร็วกว่าคุณได้แล้ว เดี๋ยววันนี้ก็ทำงานไปก่อน เลิกงานแล้วมาคุยกันอีกทีนะ"

 

วันนี้เลยทำงานได้อย่างราบรื่น (?) เพราะเจออุปสรรค (ต่องานทั้งหมด) ตั้งแต่ก้าวขาเข้าห้องเรียนคุมองเลยไง เหอะๆ

 

ก็ทำไปจนหมดเวลา มาคุยกะเค้า เค้าก็บอกตามนั้นแหละ หาคนใหม่ได้แล้ว จะให้พลอยเลิกทำ ถ้ามีเวลาว่างมาเร็วๆ ได้อีกเมื่อไหร่ค่อยติดต่อกลับมานะ

 

โอเค๊ เลิกก็เลิก พลอยก็เหนื่อยเหมือนกัน....คือเหนื่อยจากการทำงานไม่เป็นไรหรอก แต่มันเหนื่อยที่ต้องรีบวิ่งมาทุกครั้ง แต่ก็ยังสายทุกครั้งนี่แหละ 

 

ยังไงดีล่ะ วิ่งมามันก็เหนื่อยกาย วิ่งแล้วทันก็เรื่องนึง แต่วิ่งแล้วเท่าไหร่ก็ยังสาย (แค่รถเมล์จอดถึงป้ายก้สายแล้วเหอะ) มันก็ยิ่งรู้สึกท้อ รู้สึกแย่ เหมือนทำงานพลาดทุกครั้งๆ 

 

แล้วก็รู้สึกแย่นิดๆ อีกอย่าง คือจริงๆ ตอนแรกพลอยกะว่า พอเปิดเทอมแล้ว ถ้าเลิกเรียนสี่โมงเนี่ย คงไปทำไม่ได้อยู่แล้ว กะจะเลิกตั้งแต่ตอนนั้นนะ แต่ตอนนั้นเค้าก็บอกเองว่าไม่เป็นไรๆ สายได้ๆ แล้วมาบอกเอาทีหลังตอนนี้ แอบเสียความรู้สึกเล็กๆ เหมือนกัน เพราะแต่ละทีที่พลอยมาสาย เค้าก็ชอบทำท่าเหมือนแบบ "มาเอาป่านนี้เลยเหรอ" มันก็ทำให้พลอยรู้สึกไม่ดีนะ....

 

อีกอย่างที่ปวดตับกับเจ้าของศูนย์ คือเค้าพูดไวมากกกกก ไวเหมือนยุ่งอะไรไม่รู้ตลอดเวลา หายใจทางผิวหนังได้คงทำไปแล้ว แล้วน้ำเสียงเค้าก็ไม่บ่งบอกอารมณ์เลย ไม่รู้ว่าไอ้ประโยคที่เค้าพูดออกมาเนี่ย มันแฝงอารมณ์ "กำลังว่าเรา" / "แค่พูดเฉยๆ" / "ชอบใจ" / "ไม่ชอบใจ" เงี้ย แค่ฟังให้ทันก็แย่แล้ว อ่านบรรยากาศเค้าไม่ได้ยิ่งลำบากใหญ่เลย เหอะๆ คือ